Home

 กำลังจะผ่านไปอีกปีขอทบทวนตัวเองว่าทำอะไรลงไปบ้างในปี 2553 งานแรกของปีคือ ละครเวที “ล่าท้าฝัน” เรื่องนี้มาจากบทละครเยอรมันสมัยใหม่เรื่อง Creeps ของ Lutz Hubner แปลและดัดแปลงบทร่วมกับ  ปานรัตน กริชชาญชัย เรื่องนี้กำกับการแสดงให้กับนักศึกษา ศิลปากร ict นักแสดงเป็นนักเรียนการแสดงรุ่นแรกที่ได้สอนที่ ict แสดงเมื่อต้นเดือนมกราคม ละครเรื่องนี้เป็นละครเวทีเรื่องแรกของคณะเทคโนโลยีและการสื่อสาร (Ict) มหาวิทยาลัยศิลปากร แสดงที่สถาบันปรีดี พนมยงค์
 
งานต่อมา โครงการอ่านบทละคร “อ่านผู้หญิง” มาอีกแล้วกับการแสดงอ่านบทละคร คราวนี้ชวนเฉพาะนักการละครหญิงเก้าคน เลือกวรรณกรรมที่รักเกี่ยวกับผู้หญิงมาอ่านกันในเดือนมีนาคมเดือนของผู้หญิง ฟาริดา จิราพันธ์ เสนอเรื่อง “เจ้าหญิงนกบินหลายกับเจ้าชายนกบินหา” จากหนังสือ เจ้าหงิญ ของ บินหลา สันกาลาคีรี วรรณกรรมซีไรต์ปี 2548,  อรุณโรจน์ ถมมา เสนอเรื่อง “สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าตุ๊กตา” จากหนังสือ สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน ของ วินทร์ เลียววาริณ วรรณกรรมซีไรต์,  สุกัญญา เพี้ยนศรี นำเสนอเรื่อง “คู่รักทั้งหลาย” จากหนังสือ รักร้างแรงอธิษฐาน ของ ทากุจิ แรนดี แปลโดย ยุพกา ฟุคุชิมะ,  จารุนันท์ พีนธชาติ นำเสนอเรื่อง “นางวารีถวายตัว” จากหนังสือ พระอภัยมณี ของ สุทรภู่, ปานรัตน กริชชาญชัย เสนอเรื่อง “Joy Luck Club” ของ Amy Tan และ How to Manage Your Mother, ปอรรัชม์ ยอดเณร เสนอเรื่อง “รองเท้าบัลเลต์” จากเรื่อง “The Ballet Shoes” ของNoel Streadfeild แปลโดย งามพรรณ เวชชาชีวะ,  ภาวิณี สมรรคบุตร เสนอเรื่อง “ปาฏิหารย์บันทึกรัก” จากหนังสือ The Note Book ของ นิโคลาส สปาร์คส์ แปลโดย จิระนันท์ พิตรปรีชา, นีลชา เฟื่องฟูเกียรติ เสนอเรื่อง “เจ้าหญิงคาราเต้” ของ เจรีมี สตรอง แปลโดย ฤดูร้อน และ เรื่อง “ห้องสีเหลืองกับผู้หญิงคนนั้น” จากหนังสือ The Yellow Wallpaper ของ Charlotte Perkins Gilman แปลโดย จิระนันท์ พิตรปรีชา นำเสนอโดย สินีนาฏ เกษประไพ

งานทุกชิ้นในครั้งนี้น่าสนใจด้วยตัวของมันเอง และสะท้อนความเป็นตัวเป็นตนของคนทำชิ้นงานนั้น มีผู้ชมที่เป็นแฟนของงานอ่าน บอกว่าครั้งนี้ดูสงบๆเนือยลง ไม่เหมือนครั้งก่อนมา ในส่วนตัวกลับเห็นว่านี่คือความแตกต่าง และความโดดเด่นในการพูดเรื่องประเด็นผู้หญิงโดยผู้หญิง ที่ใช้วิธีการเล่าเรื่องที่มีน้ำเสียงที่แตกต่าง และไม่ติดกับกับความน่าจะเป็น 
 
งานที่เลือกนำเสนอเป็นเรื่องสั้นของนักเขียนเฟมินิสต์รุ่นแรกๆเรื่อง “ผู้หญิงในห้องสีเหลือง”  The Yellow Wallpaper เขียนโดย ชาร์ลอตต์ เพอร์กิ้น กิลแมน  แปลโดยคุณจิระนันท์ พิตรปรีชา ซึ่งเคยอ่านเมื่อนานมากมาแล้วและยังคงอยู่ในใจเสมอมา เป็นเรื่องเล่าผ่านกระแสสำนึกของหญิงวิกลจริตคนหนึ่งที่ถูกรักและถูกรักษาในทางที่ไม่เหมาะสมกับเธอ นำเสนอด้วยนักแสดงเพียงคนเดียว คือ มินตา ภณปฤณ และภาพเคลื่อนไหวบนจอ
 
เมษายนเดือนแห่งการเรียนรู้ Crescent Moon summer class เราชวนสมาชิกเก่าและน้องนักศึกษาที่มาฝึกงานกลับเข้าห้องเรียนละคร การแสดง อบรมโยคะ Yoga for Actor และเปิดอบรมออกแบบแสง ปรับปรุงละครโรงเล็ก ปีนี้ไม่มีโชว์เคสการแสดงจากการอบรมเพราะเราต้องเตรียมละครใหญ่อีกเรื่อง คือ ผู้อภิวัฒน์ เราเริ่มการหานักแสดงเพิ่มและเริ่มซ้อมเข้มตั้งแต่ปลายเดือนเมษา

ปลายเดือนมิถุนายนต่อต้นเดือนกรกฎาคม จัดแสดงละครเวที “คือผู้อภิวัฒน์” ละครที่เป็นเหมือนโลโก้ของพระจันทร์เสี้ยวการละคร สิบปีก็กลับมาอีกครั้ง ครั้งนี้กลับมาในวาระครบรอบ 110 ปี อ.ปรีดี พนมยงค์ ผลงานเขียนบทของครูคำรณ คุณะดิลก และพระจันทร์เสี้ยวในยุค 2529-30 จากเรื่องนี้ที่เคยดูในปี 2538 เคยเป็นนักแสดงในปี 2542-43 แสดงในกรุงเทพ ต่างจังหวัดอีกหลายจังหวัด ไปทัวร์ต่างประเทศมาสี่ประเทศ ใช้เวลาอยู่กับเรื่องนี้ในคราวนั้นสองปี กลับมาครั้งนี้เป็นผู้กำกับ ที่ต้องทำงานหนักกับนักแสดงกลางเก่ากลางใหม่ และใหม่แกะกล่อง เราเน้นกระบวนการฝึกซ้อม ทักษะ ข้อมูล การปฏิสัมพันธ์ของคนทำงาน ตามไปอ่านเพิ่มเติมได้ที่  http://crescentmoontheatre.blogspot.com/2010/07/blog-post.html

เดือนสิงหาคม พระจันทร์เสี้ยวการละครเตรียมตัวทัวร์ “คือผู้อภิวัฒน์” อีกห้ารอบ ที่มช. และ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ หลังจากเดือนกันยายนนั้นไปเข้าร่วมอบรมแลกเปลี่ยนโครงการ 5th Mekong Performing Arts Laboratory 2010 ที่มะนิลา และเกาะโบฮอล ประเทศฟิลิปปินส์ งานนี้เป็นโครงการต่อเนื่องที่เคยเข้าร่วมงานกับศิลปินในลุ่มแม่โขง แต่ปีนี้เราทำงานในประเด็นสิทธิเด็ก แลปครั้งนี้มุ่งเน้นเรื่องการสร้างบทละครและการแสดงในหัวข้อเด็กเยาวชน และแรงงานข้ามชาติ เราเลือกทำงานในประเด็นแรงงานเด็กข้ามชาติ โดยลงพื้นที่ดูงานและเก็บข้อมูลกับองค์กรที่ทำงานด้านนี้ที่จ.สมุทราสาคร คือ LPN และค้นคว้าจากหนังสืออีกหลายเล่ม และร่วมแลกเปลี่ยนกันในแลป จนในที่สุดก็ได้เรื่อง วาวา The Rice Child กลับมาเพื่อพัฒนาต่อให้เป็นการแสดง

เดือนตุลาคมเป็นเดือนหนักหนาสำหรับชาวพระจันทร์เสี้ยวการละครเพราะมีงานหลายอย่างที่ต้องทำพร้อมๆกัน เราเตรียมสร้างหุ่น สร้างโปรดักชั่นวาวา และทำโครงการอ่านบทละคร “อ่านสังคม” ร่วมแสดงในงานศิลปะนานาพนธุ์ ในครั้งนี้มีนักทำละครมาร่วมกับเราทั้งหมด 8 เรื่อง ช่อลดา สุริยะโยธิน เรื่อง “เงาแห่งยุคหิน” (Shadows of the Neanderthal เขียนโดย David Hutchens), สุวรรณา พร้อมตั้งตระกูล อ่านเรื่อง “โลกสันติภาพ”, กอใจ อุ่ยวัฒนพงศ์ อ่านเรื่อง “เพลงชาติไทย” จากหนังสือ เราหลงลืมอะไรบางอย่างไป ของ วัชระ สัจจะสารสิน, วิชญ์พล ดิลกสัมพันธ์ อ่านเรื่อง “จิ้งหรีดแห่งเมืองสีเทา” ของ ตรัย ภูมิรัตน์, กรินทร์ ใบไพศาล อ่านเรื่อง “แรด” (จากบทละคร Rhinoceros เขียนโดย Eugene Ionesco), รัฐพงศ์ ภิญโญโสภณ อ่านเรื่อง “วันที่สหายพายุกลับบ้าน” จากบทละครรางวัลบทดีเด่นจากโครงการอบการเขียนบทรักชาติอย่างมนุษย์ จากกระทรวงวัฒนธรรม เขียนโดย รัฐพงศ์ ภิญโญโสภณ, กวินธร แสงสาคร อ่านเรื่อง “นักเลงเฟือง” จากหนังสือเรื่อง เดินอย่างปุ๊ ของ ปุ๊ กรุงเกษม และ เส้นทางมาเฟีย ของ สุริยันต์ ศักดิ์ไธสง และ สินีนาฏ เกษประไพ อ่านเรื่อง “ชั้นที่ 7” บทละครโดย สุชาติ สวัสดิ์ศรี บทละครรุ่นแรกของชมรมพระจันทร์เสี้ยวเมื่อสามสิบกว่าปีมาแล้วที่ยังคงดูใหม่เข้าสมัยอยู่เสมอ 
 
ในเดือนเดียวกันนี้ได้มีโอกาสไปร่วมงานเทศกาล Cairo Experimental Theatre 2010 ที่ประเทศอียิปต์ งานนนี้ไปแสดงละครให้กับกลุ่มแปดคูณแปดเรื่อง “แม่น้ำแห่งความตาย” เขียนบทและกำกับโดย นิกร แซ่ตั้ง ศิลปินรางวัลศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดงปี 2553 เคยแสดงเรื่องนี้เมื่อเจ็ดปีที่แล้ว การกลับมาได้เล่นละครแบบเต็มๆอีกครั้งทำให้อยากแสดงละครอีกหลายๆเรื่อง

เดือนตุลาถึงธันวาคมเราจัดแสดงละครหุ่นสื่อผสมวาวา The Rice Child เด็กหญิงเมล็ดข้าวของเราเป็นละครหุ่นสาย Marionette จากการทำงานการทำหุ่นและฝึกเชิดหุ่นโดย เส่ย วศิน มิตรสุพรรณ กลุ่มแกะดำดำ ผสมผสานการเล่าเรื่องด้วยเพลงจากการแต่งและบรรเลงโดย น้องนก พรชนก กาญจนภังคะ วาดทราย โดย อ้น นพพันธ์ บุญใหญ่ มีภาพเงาและซับไตเติ้ลโดย ผึ้ง ลัดดา คงเดช เรื่องนี้เราทำงานกันหนักมากภายใต้เงือ่นไขเวลาที่จำกัด แต่เราก็สนุกกันมาก ยอมอดตาหลับขับตานอนเพื่อน้องหุ่นจะได้โลดแล่นบนเวทีบอกเล่าเรื่องราวของวาวาและครอบครัวแรงงานข้ามชาติของเธอที่เข้ามาอยู่ในบ้านเรา เรื่องนี้แสดงหลายที่เริ่มจากที่ละครโรงลเก Crescent Moon space ไปแสดงในงาน Mekong Youth Forum 2010 แสดงในงานเทศกาลละครกรุงเทพ ที่ป้อมพระสุเมร ถ.พระอาทิตย์ ไปแสดงให้น้องๆโรงเรียนวัดศรีสุทธาราม ที่จ.สมุทราสาคร ซึ่งเป็นโรงเรียนที่คณะครูอาจารย์มีความคิดที่ดีและเปิดกว้างรับนักเรียนลูกหลานแรงงานให้เข้ามาเรียนในโรงเรียน เรามีความสุขที่ได้เล่นละครเรื่องนี้ให้น้องๆที่นั่นได้ดูเป็นครั้งแรกที่เด็กๆได้เห็นการแสดงละครหุ่นสายกันสดๆ หลังจากนั้นไปแสดงในงาน “พ้นที่นี้ดีจัง” ที่แพร่งภูธร ในงานเราไปซ้อมกันตั้งแต่บ่าย และปักหลักร่วมงานจนถึงเวลาแสดง และอยู่จนงานเลิก เป็นงานที่บรรยากาศดี อบอุ่นเป็นกันเองและสร้างสรรค์จริงๆ หวังว่าเราคงจะได้เข้าร่วมงานดีดีแบบนี้อีก
     

ในเทศกาลละครปีนี้ เราจัดแสดงการแสดงอีกหนึ่งชุด คือ BB project I : aquarium เป็นการแสดงสั้น 15 นาที เป็นงานการเคลื่อนไหวร่างกาย movement-based และเน้น group dynamic ของนักแสดง ซึ่งเราใช้กระบวนการเคลื่อนไหวร่างกายเป็นการ improvisation ในการทำงานกลุ่มเป็นพื้นฐานในการฝึกฝนของพระจันทร์เสี้ยวการละครที่ให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวร่างกาย body moveent and body expression และหวังจะพัฒนาต่อไป


ถึงปีนี้จะเป็นปีที่ยากลำบากและร้อนของสถานการณ์บ้านเมือง แต่เรายังหวังจะได้ทำงานละครที่เป็นสื่อสะท้อนเรื่องราวของสังคมที่มีหลายแง่มุม เราอยากพูดถึงผู้คนจากบางที่บางแห่งบางสถานการณ์ให้คนที่อยู่อีกที่อีกแห่งอีกสถานการณ์ได้เข้าใจ ถึงปัญหาของผู้คนที่อยู่รอบตัว เราอยากสร้างความเข้าใจเล็กๆกับชีวิตเล็กๆอย่างคนธรรมดาๆ

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s